จับทิศเศรษฐกิจโลก จับเทรนด์การลงทุน 2567

จะชะลอตัวลงจากปี 2566 โดยคาดว่าจะขยายตัวเพียง 3.2% เมื่อเทียบกับ 4.1% ในปี 2566 ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนของเศรษฐกิจโลก ได้แก่
จากการวิเคราะห์ข้อมูลและปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง คาดว่าเศรษฐกิจโลกในปี 2567 จะชะลอตัวลงจากปี 2566 โดยคาดว่าจะขยายตัวเพียง 3.2% เมื่อเทียบกับ 4.1% ในปี 2566 ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนของเศรษฐกิจโลก ได้แก่
  • นโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางต่างๆ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งจะส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง
  • สงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยังคงยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในหลายด้าน
  • การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังคงมีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในบางประเทศ
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจโลกยังมีปัจจัยบวกบางประการที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโต ได้แก่
  • ฐานเศรษฐกิจที่ต่ำในปี 2566 ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจโลกสามารถขยายตัวได้ในระดับที่สูงกว่าปกติ
  • การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีน ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสำหรับเศรษฐกิจโลก
  • การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว

เทรนด์การลงทุนในปี 2567

จากการวิเคราะห์ข้อมูลและความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน เทรนด์การลงทุนในปี 2567 ที่น่าสนใจมีดังนี้
การลงทุนแบบยั่งยืน (Sustainable Investing) ยังคงเป็นเทรนด์การลงทุนที่สำคัญในปีนี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยนักลงทุนจะให้ความสำคัญกับการลงทุนในธุรกิจที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มากขึ้น
การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล (Cryptocurrencies) ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีศักยภาพเติบโตสูง แต่นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูง
การลงทุนในเทคโนโลยี (Technology) เป็นเทรนด์การลงทุนที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง โดยนักลงทุนจะให้ความสำคัญกับการลงทุนในเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) บล็อกเชน (Blockchain) และ Internet of Things (IoT)
การลงทุนในหุ้นกลุ่มธุรกิจเติบโต (Growth Stocks) เป็นกลุ่มหุ้นที่มีโอกาสเติบโตสูงในระยะยาว โดยนักลงทุนอาจพิจารณาลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี การแพทย์ และอุตสาหกรรมสะอาด
การลงทุนในหุ้นต่างประเทศ (Global Stocks) เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยง โดยนักลงทุนอาจพิจารณาลงทุนในหุ้นของประเทศที่มีเศรษฐกิจเติบโตดี เช่น สหรัฐฯ จีน และอินเดีย
สำหรับประเทศไทย ตลาดหุ้นไทยในปี 2567 คาดว่าจะยังคงมีความผันผวนสูง โดยนักลงทุนอาจพิจารณาลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากปัจจัยบวกต่างๆ เช่น หุ้นกลุ่มพลังงาน หุ้นกลุ่มธนาคาร และหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์
อย่างไรก็ตาม การลงทุนทุกประเภทมีความเสี่ยง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน และควรกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง
สนใจอ่านบทความหรือข่าวสารการเงินเพิ่มเติมได้ที่ cash7day.com
CashBanner

หัวข้อเรื่อง

บทความที่เกี่ยวข้อง

CashBanner

บทความล่าสุด

Scroll to Top